::ในวันที่ฉันคิดบวก::
ณ วันนี้มีผู้คนมากมายบนโลกใบใหญ่ที่กำลังเดินตามล่าหาฝัน
ในขณะที่อีกหลายมุมบนโลกใบใหญ่ใบนี้ก็ยังมีผู้คนอีกไม่น้อย
ที่กำลังสับสนกับคำว่า"ความฝัน"ของตนเอง
ฉันคงไม่อาจเือื้อนเอ่ยว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่มีความฝันที่ชัดเจน
แต่หากจะบอกว่าเป็นคนที่สับสนกับความฝันก็คงไม่ใกล้เคียงนัก
เอาเป็นว่าฉันกำลังเดินตามล่าหาฝัน แต่ในขณะเดียวกัน
จิตใจก็สั่นไหวบ้างเล็กน้อยกับสิ่งที่ตั้งหน้าตั้งตาทำอยู่
.....
หลังจากได้เริ่มทำงานประจำตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ฉันพบว่าฉันรักและหวงแหนเวลาและวันคืนมากขึ้นหลายเท่าทวีคูณ
เวลาและวันคืนที่ฉันเคยใช้ไปอย่างทิ้งขว้างในวันวาน
หากคนเราได้ทำงานที่รักหรือเราสามารถรักในงานที่ทำไำด้
ชีวิตนี้คงมีความสุขน่าดู เพราะเมื่อเราได้ทำอะไรก็ตามที่เรารัก
ความพยายามและความใส่ใจคงไม่เป็นปริปักษ์กับความรู้สึกภายในจิตใจ
เมื่อไม่นานมานี้ฉันเคยบันทึกข้อความสั้นๆ ที่ยังคงสามารถบ่งบอก
ถึงความรู้สึกในวันนี้ได้เป็นอย่างดีเช่นกัน
"ถ้าไม่ได้ทำในสิ่งที่รัก ก็ลองรักในสิ่งที่ทำ
แต่ถ้าลองแล้วมันรักไม่ลง ก็คงต้องเดินจากมา
แล้วพยายามหาสิ่งที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เรารัก
แล้วคว้ามันไว้ให้แน่น ตั้งใจ ทุ่มเท อดทน
มันอาจเป็นบันไดขั้นสำคัญพาตัวเราไปถึงเป้าหมายในสักวัน
และถึงแม้ ณ วันนี้เป้าหมายเรายังปรับโพกัสได้ไม่คมชัดนัก
แต่เรารู้และมั่นใจว่าเป้าหมายของเราไม่ใช่สิ่งที่เราทำอยู่ ณ ทุกวันนี้
เรารู้และมั่นใจอย่างถึงที่สุดว่า ณ ที่ตรงนี้ไม่ใช่ที่สำหรับเรา"
ฉันมักพูดเสมอว่า
ความพยายามและความอดทนของแต่ละคนนั้นมีไม่เท่ากัน
ฉันพูดเพราะฉันเชื่อตามนั้นจริงๆ ทุกอย่างมีขีดจำกัดของตัวมันเอง
คนที่ประสบความสำเร็จได้เร็วอาจมีสองสิ่งนี้อยู่ในตัวมากกว่าคนอื่น
ซึ่งฉันยอมรับและชื่นชม แต่คนที่มีการดำรงชีวิตในอีกลักษณะหนึ่ง
ก็ย่อมมีหนทางและรูปลักษณ์ในความสำเร็จที่แตกต่างกันไป
คงมีอีกหลายคนที่คิดต่างไปจากนี้ ซึ่งเพราะเหตุนี้นั่นแหละ
ที่ทำให้คนเราเป็นส่วนผสมที่ขาดหายไปของกันและกัน
.....
ถ้าคิดในมุมบวก...
ฉันมีความสุขทุกครั้งเมื่อหลับตาแล้วจินตนาการในสิ่งที่วาดฝัน
แม้ว่าในอนาคตมันจะสำเร็จเต็มร้อยเป็นรูปเป็นร่าง
ดั่งภาพที่จินตนาการไว้หรือไม่ก็ตาม
ส่วนเรื่องความสั่นไหวที่เกิดขึ้น ฉันถือว่ามันเป็นเครื่องทดสอบ
ความชัดเจนและความตั้งใจของตัวฉันเอง
ส่วนมุมลบน่ะหรือ? ฉันมองไม่เห็นมันเลยสักนิดเดียว
ก็ฉันคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ในมุมบวกไปแล้วนี่น่า : )
ป.ล.
คิดถึงพื้นที่ส่วนตัวเล็กๆ ที่นี่มากๆ
คิดถึงกำลังใจดีๆ จากทุกคนในไดอารี่อิสสุดๆ
ขนาดไม่ได้ตามไปอ่านบ่อยๆ เหมือนก่อน
แต่ก็ยังมาให้กำลังใจ ให้ข้อคิดดีๆ กันเสมอ
มิตรภาพที่นี่อบอุ่นแบบพอดี หายหน้ากันไปนานเพียงใด
มันก็ยังต่อกันติด ไม่เคอะเขิน...
เราชอบอารมณ์แบบนี้จัง ;D
||oo..GreenLife..oo||
27 ก.ค. 2010 เวลา 20:34 น.
แต่ถ้าลองแล้วมันรักไม่ลง ก็คงต้องเดินจากมา
แล้วพยายามหาสิ่งที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เรารัก
ชอบท่อนนี้มากๆอะ
ในบางครั้ง เราพยามรักในสิ่งที่เราทำอยู่ กลับพบว่า
มันเหมือนมีดที่แทงเราทีละเล็กน้อย
แต่พอเรา เลือกอีกทางที่เรา รักเหมือนเเรา นั่งบนชายทะเล
ทางเดินที่เราเลือก คือทางที่ดีที่สุด เพราะเราขีดเส้น
ให้ชีวิตเราเอง
คล้ายกับว่า บางช่วงของเส้นทาง เราควรมีโอกาสได้เรียนโลกให้กว้าง
กว้างเกินกว่าฝัน - -
แล้วจากนั้น "ฝัน" ที่รัก จึงกลับมาเป็นเงารางบนหนทาง
ให้เรามีแรงไล่คว้ามันต่อไป
บางช่วงของถนนเส้นยาว ที่มองไม่เห็น ฝัน แต่เชื่อเถอะว่าเรายังรู้สึกถึงมันได้เสมอ
กำลังใจก็เป็นเช่นเดียวกันนั้น
ฝนตกเยอะแล้วเนอะช่วงนี้ :)
ชอบตัวหนังสือสีเขียว เข้าใจความคิดในตอนนี้เลย จริงๆอ่านแล้วไม่รู้จะเม้นอะไร เพราะเหมือนที่คุยกันอยู่บ่อยๆ แต่ชอบนะ :)
รอฝนซาแล้วค่อยหนีเที่ยวนะ ;)
พี่ว่า พี่กำลังทำงานในสิ่งที่ชอบ/ที่รักอยู่
แต่ทุกวันนี้ก็โหยหาการพักผ่อนอย่างสุขสงบอยู่ (แม้มันจะยังไม่มีแวว!!) ^^
เห็นด้วยกับประโยคที่ว่า.. "ตั้งใจ ทุ่มเท อดทน มันอาจเป็นบันไดขั้นสำคัญพาตัวเราไปถึงเป้าหมายในสักวัน"
แต่อย่าไปกังวลเลย ว่าเรารักหรือไม่รัก ในสิ่งที่ทำอยู่
ทำไปเถอะ ทำไป... มันคงจะมีซักวินาทีในเวลาทำงาน ที่เราสนุกกับมันบ้างแหล่ะไม่มากก็น้อย จิงมั้ย?
เป็นกำลังใจให้ทุกเวลานะจ้ะ บวกๆ :)